วันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

การถ่ายทอดความคิดในการแก้ปัญหาดัวย "Algorithm"

Algorithm


1. การเขียนรหัสจำลอง(Pseudo  Code) คือการเขียนอัลกอริทึมโดยใช้ประโยคภาษาอังกฤษที่สื่อความหมายง่าย ๆ  สามารถอ่านแล้วเข้าใจได้โดยทันทีแต่ก็สามารถใช้รูปแบบที่เป็นภาษาพูดด้วยภาษาไทยและภาษาอังกฤษก็ได้โครงสร้างของรหัสจำลองเริ่มต้นด้วยข้อความ Begin   แล้วอธิบายขั้นตอนการทำงานโดยใช้คำสั่งต่าง ๆ ที่ใกล้เคียงกับภาษาคอมพิวเตอร์ในการเขียนโปรแกรม เช่น
คำสั่ง  read    หมายถึง  การอ่านค่าหรือรับค่าข้อมูลตัวแปรตามที่กำหนดไว้
คำสั่ง  print    หมายถึง  การแสดงผลลัพธ์ที่ได้จากการคำนวณ
และพิมพ์ข้อความ End  เมื่อจบการทำงาน
            การเขียนรหัสจำลองจะต้องมีการวางแผนสำหรับการอ้างอิงถึงข้อมูลที่จะต้องนำไปใช้ภายในโปรแกรมด้วยการสร้างตัวแปร   โดยใช้เครื่องหมายเท่ากับ  (= )  แทนการกำหนดค่าตัวแปร
    การเขียนรหัสจำลอง
        กำหนดตัวแปร
      collect =  คะแนนเก็บ
      mid =   คะแนนสอบกลางภาค
      final =   คะแนนสอบปลายภาค
      total =   คะแนนรวม

 รหัสจำลอง
     Begin 
              read  collect,  mid,  final
              total  =  collect + mid  + final
              print  total
     End

     อธิบายขั้นตอนการทำงาน
     1. รับข้อมูล  collect,  mid,  final
     2. คำนวณ    total  =  collect + mid  + final
     3. แสดงผลลัพธ์  total


2.
การเขียนผังงาน(Flowchart)  เปนเทคนิคหรือวิีธการอยางหนึ่งสําหรับใชเขียนแสดงอัลกอริทึม การ

เขียนผังงานจะใชรูปภาพที่เปนสัญลักษณมาตรฐานสากลนําไปเขียนแทนกิจกรรมตาง ๆ ในแตละขั้นตอน
ของอัลกอริทึม ซึ่งกิจกรรมที่แตกตางกันก็จะใชสัญลักษณรูปภาพที่แตกตางกัน  โดยสัญลักษณภาพนี้
กําหนดตามมาตรฐานของ ANSI (American National Standards Institute) และ ISO (International Standard 
Organization)



การเขียน Flowchart เบื้องต้นเราจะใช้สัญลักษณ์ดังต่อไปนี้คือ



วันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ


ขั้นตอนในการแก้ปัญหา

1. การวิเคราะห์และรายละเอียดของปัญหา

      การวิเคราะห์และกำหนดรายละเอียดของปัญหา (State the problem) ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนแรกสุดก่อนที่จะลงมือแก้ปัญหา แต่ผู้แก้ปัญหามักจะมองข้ามความสำคัญของขั้นตอนนี้
อยู่เสมอ จุดประสงค์ของขั้นตอนนี้ คือการทำความเข้าใจกับปัญหาเพื่อแยกให้ออกว่าข้อมูลที่กำหนดมาในปัญหาหรือเงื่อนไขของปัญหาคืออะไร และสิ่งที่ต้องการคืออะไร อีกทั้งวิธีการที่ใช้ประมวลผล ในการวิเคราะห์ปัญหาใด กล่าวโดยสรุปมีองค์ประกอบในการวิเคราะห์ ดังนี้1. การระบุข้อมูลเข้า ได้แก่ การพิจารณาข้อมูลและเงื่อนไขที่กำหนดมาในปัญหา2. การระบุข้อมูลออก ได้แก่ การพิจารณาเป้าหมายหรือสิ่งที่ต้องหาคำตอบ3 การกำหนดวิธีประมวลผล ได้แก่ การพิจารณาขั้นตอนวิธีหาคำตอบหรือข้อมูลออก

2. การเลือกเครื่องมือและออกแบบขั้นตอน

     เป็นการกำาหนดทรัพยากรที่ต้องใช้ในการแก้ปัญหา ซึ่งควรจะเลือกใช้ทรัพยากรที่มีอยู่แล้วหรือเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องมือนั้น ๆ มากกว่าการจัดหามาเพิ่มเติม โดยควรกำาหนดรายละเอียดของเครื่องมือหรือทรัพยากรให้ชัดเจน พร้อมประมาณการค่าใช้จ่ายในการจัดหาเครื่องมือหรือทรัพยากรนั้น ๆ

3. การดำเนินการแก้ปัญหา

ในขั้นนี้ เป็นการตัดสินใจเลือกแนวคิดที่ดีที่สุดสำหรับแก้ปัญหา โดยนำข้อมูล และความรู้ที่รวบรวมได้มาประกอบกันจนได้ข้อสรุปว่า จะเลือกวิธีการแก้ปัญหาหรือวิธีการสนองความต้องการเป็นแบบใด โดยวิธีการที่เลือกอาจยึดแนวที่ว่า เมื่อเลือกแล้วจะทำให้สิ่งนั้นดีขึ้น (Better) สะดวกสบายหรือรวดเร็วขึ้น(Fasterspeed) ประหยัดขึ้น (Cheaper) รวมทั้งวิธีการเหล่านี้ จะต้องสอดคล้องกับทรัพยากร (Resource) ที่มีอยู่

4. การตรวจสอบและปรับปรุง

     เป็นการนำสิ่งประดิษฐ์หรือวิธีการนั้นทดลองใช้เพื่อทดสอบว่าใช้งานหรือทำงานได้ หรือไม่มีข้อบกพร่องอย่างไร ถ้ายังไม่ได้ก็ไปสู่ขั้นตอนต่อไป คือ ปรับปรุง แก้ไขหลังจากการทดสอบผลแล้วพบว่า สิ่งประดิษฐ์ที่สร้างขึ้น หรือวิธีการที่คิดขึ้นไม่ทำงานมีข้อบกพร่อง ก็ทำการปรับปรุงแก้ไข โดยอาจเลือกวิธีการใหม่ก็ได้คือย้อนไปขั้นตอนที่ 3.